วันพฤหัสบดีที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2560

การดูแลรักาาผ้าไหม










การดูแลรักษาผ้าไหมไทย

                ผ้าไหมไทย เป็นที่รู้จัก และมีชื่อเสียงเป็นเสมือนสัญลักษณ์หนึ่ง
ของประเทศไทยด้วยเหตุผลที่ความสวยงาม ความอ่อนนุ่มสบาย
 และมีความเลื่อมเงางามโดยธรรมชาติ
 เมื่อสวมใส่ดูหรูหราภูมิฐาน นอกจากนี้ยังมีคุณสมบัติพิเศษที่ “เมื่ออากาศร้อน
 ผ้าไหมช่วยคลายให้เย็นได้ ส่วนเวลาอากาศหนาว ผ้าไหมบางๆ กลับช่วยให้อุ่นสบาย”

การเก็บหนอนไหมเข้าจ่อ



                                 ไหมสุก คือ ไหมวัย 5 ประมาณวันที่ 6 – 7 ลักษณะหนอนไหมเจริญเติบโตเต็มที่ ภายในตัวหนอนไหมมีต่อมไหมที่พร้อมจะสร้างเส้นใย ลำตัวโปร่งแสง มูลไหมมีขนาดใหญ่สีเขียวอ่อนและนิ่ม หนอนไหมจะหยุดกินใบหม่อน เดินเร็ว หัวส่ายไปมาเพื่อหาที่เหมาะสมในการทำรัง และเริ่มพ่นเส้นใย

การฟอกไหม










            การทำความสะอาดเนื้อเยื่อที่สกปรกของเส้นไหมการฟอกไหม
 เป็นการทำความสะอาด เป็นการขจัดคราบที่สกปรก เนื้อเยื่อที่ขรุขระ
 ทำให้เส้นไหมหรือเนื้อเยื่อของไหมมีความสะอาด เรียบและลื่น
 เหมาะต่อการย้อม ช่วยให้เกิดการติดสีมากขึ้นสารสกัดจากธรรมชาติ
 ที่มีความสามารถในการฟอกไหมดีที่สุดคือสารสกัดจากขี้เถ้าของเปลือกนุ่น
 ซึ่งสารสกัดจากขี้เถ้าเปลือกนุ่นมีคุณสมบัติเป็นเบส


วันที่3ของหนอนไหม


                                                                  
   การค้นพบประโยชน์ของไหมจากรังเมื่อประมาณ โดยมี
                         เสื้อหรือกางเกงก็ได้หนอนพวกนี้ใช่เวลาในการนอนประมาณ3วัน

วันที่2ของหนอนไหม



   วงจรชีวิตของไหมหรือหนอนไหมใช้เวลาประมาณ 45 - 52 วัน หนอนไหมจะกินใบหม่อนหลังจากฟักออกจากไข่
วันที่ 10 จากนั้นจะหยุดกินอาหารและลอกคราบ ระยะนี้เรียกว่า “ ไหมนอน ” ต่อจากนั้นจะกินนอนและลอกคร ประมาณ 4วัน
ต้องรีบแยกหนอนไหมสุกออกจากกองใบหม่อน และเตรียม “ จ่อ ” คืออุปกรณ์ที่จะให้ตัวไหมเกาะเพื่อชักใยห่อหุ้ม

วันแรกของหนอนไหม


                                                         

       เลี้ยงไหมมาเป็นเวลานานโดยเฉพาะการเลี้ยงแบบพื้นบ้าน มีการถ่ายทอดวิชาความรู้เทคนิค
ต่าง ๆ สืบเนื่องต่อมาเป็นช่วง ๆ จากบรรพบุรุษ ต่อมาผลิตไหมได้มีการเปลี่ยนแปลงไป
สู่สินค้าเกษตรกรชนิดหนึ่งในเชิงเศรษฐกิจ การเลี้ยงไหมหนอนไหมใช่เวลาไนการนอน3วัน

ไหมแรกเกิด



                วงจรชีวิตของไหมหรือหนอนไหมใช้เวลาประมาณ  45 - 52 วัน หนอนไหมจะกินใบหม่อนหลังจากฟักออกจากไข่ประมาณวันที่  10 จากนั้นจะหยุดกินอาหารและลอกคราบ ระยะนี้เรียกว่า “ไหมนอน”  ต่อจากนั้นจะกินนอนและลอกคราบประมาณ 4 ครั้งเรียกว่า “ไหมตื่น”  ลำตัวจะมีสีขาวเหลืองใสหดสั้น และหยุดกินอาหาร ระยะนี้เรียกว่า “หนอนสุก”  ช่วงนี้ผู้เลี้ยงไหมต้องรีบแยกหนอนไหมสุกออกจากกองใบหม่อน  และเตรียม “จ่อ”  คืออุปกรณ์ที่จะให้ตัวไหมเกาะเพื่อชักใยห่อหุ้มตัวหนอนจะเริ่มพ่นใยได้ประมาณ  6-7 วัน ก็จะสามารถเก็บรังไหมออกจากจ่อได้  เส้นใยของหนอนเกิดจากการขับของเหลวชนิดหนึ่ง 

เส้นไหมยอด



           เส้นไหมคุณภาพ การที่จะให้ได้รังไหมคุณภาพ ผู้เลี้ยง
จะต้องมีการปฏิบัติการเลี้ยงไหมที่ดีและเหมาะสมคุณลักษณะของรังไหมมีรูปร่างตรงตามพันธุ์

เส้นไหมกลาง



    กล่าวถึงแนวทางการดำเนินงานของธนาคารเส้นไหมศูนย์ศิลปาชีพด้วยว่า เส้นไหมศูนย์ศิลปาชีพ ได้กำหนดทิศทางขับเคลื่อนการดำเนินงาน 2 ลักษณะ คือ การยืมไหม และการจำหน่ายเป็นในส่วนของการยืมไหมนั้นธนาคารฯดังกล่าวได้กำหนดให้สมาชิกยืมเส้นไหมไปทอผ้าได้ ครั้งละไม่เกิน 3 กิโลกรัม/ราย และกำหนดให้ส่งคืนเส้นไหมภายใน 2 เดือนนับจากวันรับเส้นไหม

เส้นไหมหลืบนอก




    นี่คือผลงานของยายหนูค่ะ (ภายใต้การควบคุมอย่างใกล้ชิดของคุณอ่างค่ะ / ไม่เอ่ยชื่อเธอเดี๋ยวมีเคือง เพราะเธอ เป็นเจ้าของโปรเจคอย่างแท้จริง …วรรณเป็นคนทำค่ะ อิอิอิ) เป็นเรื่องมหัศจรรย์อย่างที่ก้อยบอกมั้ยคะ ก้อยเคยเห็นแต่รูปในหนังสือ ดูในหนังสารคดี ฟังเค้าเล่า ฯลฯ แต่นี่เป็นครั้งแรกที่ได้เห็นด้วยตา ได้ดมด้วยจมูกตัวเอง นี่เป็นเส้นไหมดิบที่ยังไม่ได้ผ่านการฟอกนะคะ …ขอคารวะภูมิปัญญาที่มีมาแตโบราณด้วยใจจริงค่ะ

วันจันทร์ที่ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560

การปลูกหม่อน

                        


                        
   ตัดช่วงลำต้นเลยค่ะตัดเป็นปล้องๆถ้าสูงมากก็ตัดหลายๆปล้องก้านที่ตัดเอามาปักชำเป็นต้นใหม่ได้อีกหลักจากตัดแล้ว เค้าจะติดลูกเยอะค่ะและจะแตกกิ่งใหม่เร็วมากเนี่ยค่ะของเราตัดปุ๊บอีกไม่กี่วันลูกมาเต็ม

วันพฤหัสบดีที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560

การตีเกลียวไหม




การตีเกลียว 
การตีเกลียวไหมจะช่วยทำให้ผ้าที่จะทอมีความหนา หลังจากเอาไหมสองไหมสามออก ใช้ไม้คีบลักษณะคล้ายไม้พาย มีร่องกลางสำหรับคีบ เกลี่ยรังไหมกดให้เส้นไหมตีเกลียวแน่นดูเล็ก ต้องระมัดระวังและต้องอาศัยความชำนาญ และมีเทคนิคในการทำให้รังที่ต้มเกาะกันเป็นเส้นตามขนาดที่ต้องการ ทำให้เส้นไหมพันหรือไขว้กันหลายๆ รอบ แล้วพักไว้ในกระบุง 
ต่อจากนั้นจะนำมากรอเข้า “ กง ” แล้วนำไปหมุนเข้า “ อัก ” เพื่อตรวจหาปุ่มปม หรือตัดแต่งเส้นไหมที่ไม่เท่ากันออก จึงเอาเข้าเครื่องปั่นเพื่อให้เส้นไหมแน่นขึ้น ก่อนที่จะหมุนเข้ากงอีกครั้ง เพื่อรวมเป็นไจ ซึ่งหนึ่งไจจะต้องหมุนกง 80 รอบ เรียกว่า “ ไหมดิบ ” 
เส้นไหมดิบที่ได้จะต้องทำการชุบให้อ่อนตัว โดยนำไปชุบน้ำสบู่อ่อนๆ ประมาณ 15-20 นาที แล้วนำไปสลัดและผึ่งลมให้แห้ง โดยหมั่นกระตุกให้เส้นไหมแยกตัวเพื่อนำไปเข้าระวิงได้ 



ความเป็นมาของผ้าไหม




ในปัจจุบันมีการนำเข้าวัตถุดิบเส้นไหม และเส้นใยสังเคราะห์จากต่างประเทศ ทั้งมีการนำเข้าถูกกฎหมายและลักลอบนำเข้าบบผิดกฎหมาย ทำให้วัตถุเส้นไหมจึงมีทั้งคุณภาพได้มาตรฐานและคุณภาพต่ำกว่ามาตรฐานทำให้ผ้าไหมไทยมีคุณภาพต่ำลง กระนั้นผู้ผลิตก็ยังคงใช้ตราสัญลักษณ์ว่า "ผ้าไหมไทย" หรือ "Thai Silk" เพื่อการค้า ยังผลให้ผู้ซื้อทั้งของประเทศไทยและตลาดต่างประเทศไม่มั่นใจในคุณภาพของผ้าไหมไทย จากปัญหาดังกล่าวสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ จึงทรงมีกระแสพระราชดำรัสให้หน่วยงานที่รับผิดชอบไปดำเนินการวิเคราะห์หาสาเหตุและแนวทางการแก้ไข

การทำลายผ้าไหม




ผ้าไหมมัดหมี่เป็นเอกลักษณ์อย่างหนึ่งของอีสานที่มีวิธีการสร้างลายผ้าไหมด้วยวิธีโบราณสืบต่อกันมานาน โดยนำเส้นไหมมามัดแล้วย้อมสีต่างๆ  ตามที่กำหนด และเมื่อนำเส้นไหมที่ย้อมสีแล้วไปทอก็จะได้ผ้าไหมที่มีลวดลายสีสันสวยงาม กรรมวิธีมัดและย้อมเส้นไหมนี้ชาวอีสานเรียกว่า "มัดหมี"

การย้อมเส้นไหม




การย้อมสีเส้นไหมนับเป็นกระบวนการหนึ่งในการผลิตผ้าไหมของเกษตรกร และการย้อมสีจากสีที่ได้จากวัตถุดิบตามธรรมชาตินับเป็นภูมิปัญญาไทยที่สืบทอดกันมาแต่อดีต แม้ว่ากระบวนการย้อมจะยุงยาก สีที่ย้อมได้ซีดจางง่าย ไม่คงทนต่อแสงและการซัก แต่ความนิยมในการใช้ผลิตภัณฑ์ย้อมสีธรรมชาติกลับเพิ่มมากขึ้นทั้งในประเทศและต่างประเทศ ด้วยเหตุผลที่สำคัญ คือ ทำให้ผู้สวมใส่ไม่เกิดอาการแพ้และของเสียที่เกิดขึ้นไม่ก่อให้เกิดมลพิษต่อสิ่งแวดล้อม ข้อจำกัดในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ย้อมสีธรรมชาติที่สำคัญ คือ การขาดแคลนวัตถุดิบโดยเฉพาะแก่นไม้ และการขาดเทคนิคการย้อมเพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ ดังนั้น งานวิจัยด้านการย้อมสีธรรมชาติ จึงเน้นไปที่การพัฒนาเทคนิคการย้อมสีธรรมชาติจากส่วนของพืชที่มีปริมาณมากหรือพืชที่เจริญเติบโตเร็ว เพื่อให้ได้เทคนิคการย้อมสีที่มีความคงทนต่อแสงและการซัก

วันอังคารที่ 10 มกราคม พ.ศ. 2560

การทอผ้าไหม

 การทอผ้านั้นต้องอาศัยฝีมือและความรู้ความชำนาญของผู้ทอเป็นอย่างมาก เป็นงานศิลปะที่มีอยู่เพียงชิ้นเดียวในโลก เพราะแต่ละคนที่ทำแต่ละขั้นตอน จะมีความแตกต่างกัน เส้นไหมที่สาวได้แต่ละช่วงเวลาหรือแต่ละระยะของฝักไหมให้ความหนาของเส้นไม่เท่ากัน สีไม่เหมือนกัน นอกจากนั้นแล้วความสามารถในการทอ การสอดกระสวย ความแรงในการตีกระทบหรือการฟัดทำให้ได้สีเข้มอ่อนต่างกัน การเรียงเส้นไหมให้ตรงลายจะแสดงถึงความคมชัดและความชำนาญของผู้ทอแต่ละคน อากาศ อุณหภูมิ หรือแม้แต่อารมณ์ความรู้สึกของผู้ทอ สิ่งเหล่านี้มีผลกับความสวยงามของผ้าผืนนั้น ๆ จึงทำให้ผ้าทอมือแต่ละผืนที่ทอ มีเอกลักษณ์เป็นของตัวเองและมีเพียงผืนเดียวในโลกเท่านั้น

ดักแด้หนอนไหม

 ในการสาวไหมเพื่อนำเอาเส้นไหมจากรังไหมมาทอเป็นผืนผ้านี่เอง ทำให้เราได้ "ดักแด้หนอนไหม" มาเป็นอาหาร โดยหลังจากที่หนอนไหมเติบโตเต็มที่แล้ว มันก็จะเริ่มพ่นใยพันรอบตัวเองก่อนจะลอกคราบเป็นดักแด้ และกลายเป็นผีเสื้อในที่สุด แต่หนอนไหมส่วนมากไม่ค่อยจะได้โตเป็นผีเสื้อกันเท่าไร เพราะเราจะนำรังไหมนั้นมาต้มและสาวเอาเส้นไหมออกมาจนหมดเส้นใยเพื่อไปถักทอต่อไป และส่วนที่เหลืออยู่ก็คือตัว "ดักแด้" ที่ชาวอีสานนิยมนำมาทำเป็นอาหาร และตามร้านแมลงทอดรถเข็นก็มักมีเจ้าตัวนี้วางขายอยู่เสมอ

เส้นไหม


 เส้นไหมคุณภาพดี หมายถึง 
เส้นไหมที่มีความเรียบ การรวมตัวของเส้นใยดี
 และ มีความสม่ำเสมอของขนาดและสี 
รวมทั้งมีความสะอาดไม่มีสิ่งเจือปนบนเส้นไหม