การทอผ้านั้นต้องอาศัยฝีมือและความรู้ความชำนาญของผู้ทอเป็นอย่างมาก เป็นงานศิลปะที่มีอยู่เพียงชิ้นเดียวในโลก เพราะแต่ละคนที่ทำแต่ละขั้นตอน จะมีความแตกต่างกัน เส้นไหมที่สาวได้แต่ละช่วงเวลาหรือแต่ละระยะของฝักไหมให้ความหนาของเส้นไม่เท่ากัน สีไม่เหมือนกัน นอกจากนั้นแล้วความสามารถในการทอ การสอดกระสวย ความแรงในการตีกระทบหรือการฟัดทำให้ได้สีเข้มอ่อนต่างกัน การเรียงเส้นไหมให้ตรงลายจะแสดงถึงความคมชัดและความชำนาญของผู้ทอแต่ละคน อากาศ อุณหภูมิ หรือแม้แต่อารมณ์ความรู้สึกของผู้ทอ สิ่งเหล่านี้มีผลกับความสวยงามของผ้าผืนนั้น ๆ จึงทำให้ผ้าทอมือแต่ละผืนที่ทอ มีเอกลักษณ์เป็นของตัวเองและมีเพียงผืนเดียวในโลกเท่านั้น
วันอังคารที่ 10 มกราคม พ.ศ. 2560
ดักแด้หนอนไหม
ในการสาวไหมเพื่อนำเอาเส้นไหมจากรังไหมมาทอเป็นผืนผ้านี่เอง ทำให้เราได้ "ดักแด้หนอนไหม" มาเป็นอาหาร โดยหลังจากที่หนอนไหมเติบโตเต็มที่แล้ว มันก็จะเริ่มพ่นใยพันรอบตัวเองก่อนจะลอกคราบเป็นดักแด้ และกลายเป็นผีเสื้อในที่สุด แต่หนอนไหมส่วนมากไม่ค่อยจะได้โตเป็นผีเสื้อกันเท่าไร เพราะเราจะนำรังไหมนั้นมาต้มและสาวเอาเส้นไหมออกมาจนหมดเส้นใยเพื่อไปถักทอต่อไป และส่วนที่เหลืออยู่ก็คือตัว "ดักแด้" ที่ชาวอีสานนิยมนำมาทำเป็นอาหาร และตามร้านแมลงทอดรถเข็นก็มักมีเจ้าตัวนี้วางขายอยู่เสมอ
เส้นไหม
เส้นไหมคุณภาพดี หมายถึง
เส้นไหมที่มีความเรียบ การรวมตัวของเส้นใยดี
และ มีความสม่ำเสมอของขนาดและสี
รวมทั้งมีความสะอาดไม่มีสิ่งเจือปนบนเส้นไหม
การสาวเส้นไหม
ต้มน้ำให้ร้อนประมาณ 80 องศาเซลเซียส นำรังไหมลงไปต้มทิ้งไว้ประมาณ 2-3 นาที เวลาต้มต้องหมั่นเขี่ยเพื่อให้รังไหมสุกทั่วกัน แล้วเอาไม้คีบเกลี่ยรังไหมเบาๆ เส้นไหมจะติดไม้ขึ้นมาใช้มือรวบเส้นไหมจากไม้ดึงมารวมสาวเป็นไหมใหญ่ก่อน ไหมนี้จะเป็นไหมชั้นนอกหรือปุยไหม เมื่อสาวไหมใหญ่เสร็จให้ตักรังไหมออกมาพักไว้ก่อนแล้วเติมรังไหมใหม่ลงไป ระหว่างการสาวหมั่นคอยเติมน้ำเย็นลงเป็นระยะ ๆ เพื่อไมให้น้ำเดือดมาก ไหมที่ได้จากการสาวครั้งแรก เรียกว่า ไหมชั้น 3 หรือไหมชั้นนอก หรือไหมใหญ่ หรือไหมหัว
ตัวหนอนไหม
ตัวหนอนไหมเมื่อโตเติมที่แล้วจะมีต่อมไหม
เกิดภายในตัวไหมทำให้ตัวหนอนมีสีเหลืองเรียกว่า
ไหมสุกตัวไหมสุกจะมีลำตัวสั้นและเล็กลงเล็กน้อยตัวโตใสและหยุดกินใบหม่อนเริ่มชูหัวส่ายหาที่ทำรัง
การปลูกหม่อน
มีแหล่งน้ำที่สามารถให้น้ำได้ในช่วงที่ ฝนทิ้งช่วงในฤดูฝนหรือช่วงฤดูแล้ง โดยเฉพาะระหว่างเดือนมกราคม ถึงเดือนเมษายน ที่หม่อนกำลังติดดอกออกผลและเก็บเกี่ยวผลซึ่งจะส่งผลกระทบต่อผลผลิตผลหม่อน เป็นอย่างมากพื้นที่คมนาคมสะดวกสามารถเข้าไปปฏิบัติงานได้ง่ายและขนส่งผลผลิตผลหม่อนได้สะดวกไม่ อยู่ไกลจากตลาดและโรงงานอุตสาหกรรมแปรรูปผลหม่อนมากนัก ทั้งนี้เนื่องจากผลหม่อนเป็นผลไม้ที่เสียหายได้ง่ายหากมีการขนส่งเป็นระยะ ทางไกลและยาวนาน
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)


